[SF] US (TaecKhun)

posted on 06 Jan 2011 23:25 by sevenbunnies  in FanFic

        

“อยากให้เราพบกัน.. ไม่ใช่ในฐานะเพื่อน แต่เป็นผู้ชายของคุณ”



























“ใครจะไปขี้งกเหมือนคุณล่ะ!?”


“ไม่ได้งกนะ!”


“งก!”




ผมถลึงตาใส่อกแทคยอนที่กำลังแลบลิ้นใส่ผมอยู่ แทคหัวเราะร่ากับท่าทางแบบนั้นของผมก่อนที่เขาจะเอื้อมมือมาบีบจมูกของผมด้วยหน้าตาหมั่นเขี้ยว


“เจ็บนะ”


ปลายจมูกของผมคงแดงก่ำแน่ๆ ก็คนบีบน่ะ เล่นบีบซะเต็มแรงเลยนี่นา ผมทำหน้ามุ่ยคลำปลายจมูกป้อยๆ แทคยอนหัวเราะก่อนจะง้อผมด้วยการส่งลูกอมให้ผมเม็ดนึง


นั่นล่ะ.. วิธีเด็กๆ


แต่ผมก็รับมันมาเคี้ยวตุ้ยๆในขณะที่ตอนนี้คนช่างแกล้งหันไปนั่งคุยและหัวเราะกับคนอื่นแล้ว ผมเลยกลับมาสนใจหนังสือในมือต่อ


ลูกอมในปากยังคงหวานซ่ายติดปลายลิ้น


เสียงหัวเราะแทคยังคงดังอยู่ต่อเนื่อง

กับเด็กผู้ชายท่าทางไม่อยู่ในระเบียบแต่ใจดีคนนั้นน่ะ



ใครๆก็บอกว่าเราเป็นเพื่อนสนิทกัน..









.














“เล่นเกม?”


ผมทวนคำในขณะที่แทคยอนพยักหน้า


“วันนี้ฉันต้องไปห้องสมุด นายไปเถอะ”


ถึงจะรู้ว่าผมไม่ชอบไปสังสรรค์กับพวกเพื่อนๆแต่เวลาจะไปไหนมาไหน แทคยอนจะมาบอกผมก่อนเสมอ ไม่เคยต้องให้ผมตามหาตัว หรือสงสัยว่าเขาหายไปไหน


“ไม่โกรธใช่ไหม?”


“โกรธเรื่อง?”


“ก็ที่ปล่อยให้กลับบ้านคนเดียว”



เด็กผู้ชายที่ไม่ชอบเอาชายเสื้อเข้ากางเกงอย่างแทคยอนไม่เหมาะกับคำถามแบบนี้เลยสักนิด ผมส่ายหัวปฏิเสธไปเพื่อยืนยันว่าไม่ได้โกรธ


มองตามแผ่นหลังของเขาที่เดินห่างออกไปกับกลุ่มเพื่อนผู้ชายหลายคนแล้วก็กอดหนังสือที่ถือไว้แนบอกหมุนตัวกลับไปทางห้องสมุด






.







“โอ๊ย!”

คนตัวผอมในชุดนักเรียนนั่นช่างดูบอบบางราวกับเด็กผู้หญิง แล้วลูกบอลที่ลอยเข้ามากระแทกนั่นก็คงแรงพอที่จะทำให้ผิวขาวๆนั่นช้ำได้ไม่ยาก


“เธอ..เอ่อ นาย.. เป็นอะไรรึเปล่า?”


ถึงภายนอกจะดูเหมือนพวกอันธพาลแต่แทคยอนก็ไม่เคยรังแกผู้หญิงและไม่เคยหาเรื่องใครก่อน ยิ่งเห็นว่ามีคนเจ็บอยู่ตรงนี้แล้วด้วยมันก็ทำให้แทคยอนรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาทันที


“นี่! พวกนายเล่นกันระวังๆหน่อยไม่ได้รึไง!?”


เด็กที่เล่นบอลกันอยู่กลางสนามละล่ำละลักบอกขอโทษก่อนจะมีคนหนึ่งรีบวิ่งมาเก็บลูกบอลแล้วทั้งหมดก็กระจายตัวกันไป แต่แทคยอนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะตอนนี้คนที่นั่งแปะกองอยู่ตรงคือสิ่งที่ควรจะให้ความใส่ใจมากกว่า


“ไหวมั้ยเนี่ย?”


แทคยอนละคำว่าตัวแค่นี้ออกไปจากประโยค คนที่นั่งกุมแขนตัวเองอยู่เงยหน้าขึ้นมามองคนที่ถามคำถามห้วนๆแต่กลับรู้สึกถึงความจริงใจอย่างน่าประหลาด


ดวงตาสีดำสนิทช่างเหมือนกับเส้นผมสีดำขลับที่ล้อมรอบกรอบหน้าขาวจัดนั่นเอาไว้เสียจริง








.









ห้าโมงเย็นแล้ว..

ป่านนี้นิชคุณจะยอมลากตัวเองออกมาจากห้องสมุดรึยังนะ?


แทคยอนมัวแต่นั่งคิดแล้วก็ชะเง้อคอมองออกไปนอกหน้าต่างทั้งๆที่รู้ทั้งรู้ว่ามันมองไม่เห็นถึงจุดหมายที่คิดอยู่ในหัว


“เฮ้ย! เหม่อไปไหนวะเนี่ย! มึงแพ้สามตารวดแล้วนะเว่ยไอ้แทค!”


คนถูกผลักหัวสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ก่อนจะหันมามองหน้าเพื่อนแบบงงๆ


“อะ..เออ โทษ โทษทีว่ะ”


“เหม่อไปถึงห้องสมุดโรงเรียนแล้วมั้งมึงอะ โอ๊ย ห่างกันแค่นี้ไม่ได้เลยนะ กูล่ะอยากเตะจริงจริ๊ง~”


“..................................”







.










“ห้องสมุดถึงเวลาปิดให้บริการแล้วนะคะ”


นักเรียนหญิงคนหนึ่งท่าทางเรียบร้อยที่อยู่เฝ้าห้องสมุดเป็นประจำเดินเข้ามาบอกผมที่เอาแต่อ่านหนังสือไม่ดูเวลาด้วยท่าทางเกรงใจ


“อะ..ครับ”


นิชคุณเหลือบมองนาฬิกา ห้าโมงยี่สิบแล้วหรอเนี่ย.. อ่านหนังสือเพลินลืมดูเวลาทุกทีเลย

แต่ถึงนิชคุณจะลืมดูเวลาก็จะมีคนที่เข้ามาตามทุกที คนที่ชอบเสียงดังในห้องสมุดจนถูกครูตำหนิเอาบ่อยๆก็มีอยู่คนเดียวนั่นล่ะ..


นิชคุณปิดหนังสือในมือลงเบาๆก่อนจะนำมันไปสอดไว้ในชั้นที่อยู่ตามเดิม



.









เหลือรองเท้าอยู่สามคู่หน้าห้องสมุด คู่หนึ่งเป็นของนิชคุณ ส่วนอีกสองคู่ก็คงเป็นของคุณครูบรรณารักษ์กับเด็กผู้หญิงคนนั้น

นิชคุณสอดเท้าของตัวเองลงในรองเท้านักเรียนก่อนจะพยายามรูดซิบเสื้อกันหนาวของตัวเองขึ้น แต่รูดเท่าไหร่ก็รูดไม่ขึ้นซักทีจนนิชคุณเริ่มหน้ามุ่ย


“มานี่”


ดวงตาคู่สวยกระพริบปริบๆเมื่อมือของตัวเองถูกดึงออกโดยพลการก่อนที่จะมีมืออีกคู่มาช่วยดึงซิบขึ้นได้สำเร็จอย่างง่ายดาย


ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองก่อนจะพบกับเพื่อนสนิทที่ยืนยิ้มอยู่ นิชคุณสังเกตเห็นใบหน้าของแทคยอนชื้นเหงื่อน้อยๆทั้งๆที่อากาศก็เย็นออกขนาดนี้


“วิ่งมาหรอ?”


“ก็นิดหน่อย”



วิ่งมา.. รับหรอ?











“เล่นเกม..ไม่สนุกหรอ?”


ผมถามออกไปอย่างไม่แน่ใจนัก อากาศข้างนอกอาคารหนาวจนมือของผมเริ่มเย็น แทคยอนเหลือบมามอง


“ก็ไม่เห็นค่อยสนุกเท่าไหร่”


“หรอ..”


ผมพูดพึมพำก่อนจะก้มหน้ามองปลายเท้าที่กำลังขยับไปตามทางเดินที่ทอดออกไปข้างหน้า สักพักก็ต้องรีบหันไปมองมือตัวเองที่ถูกคว้าเอาไปกุม


“มือเย็นเจี๊ยบเลยแฮะ”


แทคยอนบ่น ผมมองมือขาวซีดของตัวเองที่กำลังได้รับไออุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามา แทคยอนยักคิ้ว


“ให้ยืมจับ”




แทคยอนเนี่ย..

 

 

ขี้มั่วที่สุดเลย

 

 

.

.



แต่ถึงอย่างนั้นผมก็กระชับมือเข้ากับมือที่ใหญ่กว่าคู่นั้นเบาๆ



ความอุ่นส่งผ่านมาจนมือของผมไม่เย็นเฉียบเหมือนตอนแรกเลยสักนิด






.








“ทนหน่อยละกัน”


แผลถลอกเลือดไหลบนแขนคงเกิดจากตอนที่ล้มลงไปกระแทกพื้น แถมด้วยรอยช้ำอีกสองสามรอยที่เขียวเป็นปื้น ผิวขาวๆเหมือนไม่เคยโดนแดดมานี่ อีกไม่นานคงต้องกลายเป็นสีม่วงอย่างไม่ต้องรับประกัน

ข้อแขนของคนบาดเจ็บมันทั้งเล็กทั้งบอบบางจนคนมือหนักอย่างแทคยอนเริ่มกังวลใจ


“เอ่อ..เจ็บก็บอกนะ”


นิชคุณลอบมองคนที่กำลังทำแผลให้ตัวเองเงียบๆ ท่าทางนักเลง ผมตั้งๆ เสื้อนักเรียนที่ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยแบบนั้น แต่มือเบาจนนิชคุณไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด


เป็นเพราะบางทียังแสดงความรู้สึกไม่เก่ง

แต่แทคยอนน่ะ ทั้งโยนแล้วก็ใจดี..






มากๆเลย..








.








ใครๆก็บอกว่าเราเป็นเพื่อนสนิทกัน..


คงเพราะหลังจากเหตุการณ์วันนั้นแทคยอนถึงได้รู้ว่านิชคุณเป็นนักเรียนที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ แผลที่ยังไม่หายดี แทคยอนก็ดูเหมือนว่าจะใส่ใจซะเหลือเกิน นิชคุณทั้งตัวบางๆแล้วก็เงียบๆจนแทคยอนรู้สึกเป็นห่วงอย่างบอกไม่ถูก จนสุดท้าย ไม่ว่าจะเห็นนิชคุณอยู่ที่ไหน ก็ต้องเห็นแทคยอนอยู่ที่นั่น



เพราะอย่างนั้น.. ใครถึงได้พูดอยู่เสมอว่าเราสองคน

เป็นเพื่อนรักกัน





.








เด็กท่าทางเอาเรื่องอย่างแทคยอนกับเด็กที่แสนจะเงียบและเก็บตัวอย่างนิชคุณ

แต่แทคยอนกลับทำให้นิชคุณหัวเราะออกมาได้อย่างง่ายดาย ทั้งหน้าบึ้ง ยิ้ม หรือ หงุดหงิด

อกแทคยอนทำให้นิชคุณแสดงมันออกมาได้ทุกอย่าง









มีอยู่ครั้งนึงแทคยอนเคยทำนิชคุณร้องไห้ เพราะวันนั้นแทคยอนบอกให้นิชคุณรออยู่ในอาคารหลังเลิกเรียน ตอนนั้นเย็นมากแล้ว ฝนก็ตก ฟ้าร้อง และไฟก็ยังมาดับ


แทคยอนก็ยังไม่มาสักที




หลังจากไฟดับไปเกือบสิบนาที คนนัดก็วิ่งกระหืดหระหอบมาหน้าตาตื่น แทคยอนใจแทบร่วงลงไปอยู่ตรงตาตุ่มเมื่อเห็นนิชคุณยืนน้ำตาไหลอยู่ท่ามกลางความมืด


เพราะแทคยอนมาไม่ทันนัด.. ความผิดของแทคยอน



นิชคุณเลยต้องร้องไห้




“อย่าร้องนะคุณ..”


“ขอโทษนะ”


แทคยอนพึงพำกับกลุ่มผมสีดำสนิทที่แนบอยู่กับไหล่ของตัวเอง

กอดของแทคยอนอุ่นที่สุดในโลก มือของแทคยอนที่ลูบหัวนิชคุณก็อุ่นที่สุดในโลกเหมือนกัน

แล้วหลังจากวันนั้น แทคยอนก็ไม่เคยมานัดสายอีกเลยไม่ว่าจะครั้งไหนก็ตาม





เพราะแทคยอนแค่ทนไม่ได้.. ที่ต้องเห็นน้ำตาของนิชคุณที่เกิดขึ้นจากตัวเอง

แทคยอนไม่ชอบมองเห็นนิชคุณร้องไห้ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม









.













“เฮ้ย ไอ้แทค เด็กผู้หญิงคนนั้นท่าทางจะชอบมึงว่ะ”


เพื่อนคนนึงพูดขึ้นมาตอนที่แทคยอนกำลังให้นิชคุณสอนการบ้าน คนข้างๆตัวนิชคุณหันไปมองแว๊บหนึ่งอย่างไม่ค่อยจะสนใจนักแล้วหันกลับมาเร่งนิชคุณที่หันไปมองตาม


“เร็วสิคุณ ถึงไหนแล้ว”


นิชคุณกระพริบตามองเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนนั้นก่อนจะต้องรีบหันกลับมามองตัวหนังสือตรงหน้าต่อเมื่อถูกเพื่อนเร่งยิกๆ


เหลือบมองข้างๆ แทคยอนยังคงสนอกสนใจในสิ่งที่นิชคุณสอน ไม่ได้มีทีท่าหันไปมองทางเด็กผู้หญิงคนนั้นเลยแม้แต่น้อย จนในที่สุดเธอก็เดินจากไป









.









“น่ารักดีนะ”


นิชคุณเอ่ยขึ้นมาลอยๆในขณะที่แทคยอนหันมามองด้วยความสนใจ


“อะไรหรอ?”


“เด็กผู้หญิงคนนั้น..น่ารักดีนะ”


“ก็งั้นๆ”


แทคยอนยักไหล่ในขณะที่นิชคุณเม้มปาก


“ไม่ชอบจริงหรอ..?”


แทคยอนเลิกคิ้วมองคนข้างๆอย่างประหลาดใจ นานๆถึงจะเห็นนิชคุณงอแงแบบนี้สักที แต่มันก็น่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกินถ้าใครๆได้เห็น


“อะไรกัน ไม่ได้ชอบสักหน่อย”


แทคยอนหัวเราะก่อนจะเอานิ้วจิ้มแก้มนุ่มนิ่มของนิชคุณ


“เลิกหน้าบึ้งได้แล้วน่า บอกว่าไม่ชอบก็ไม่ชอบสิ สาบานก็ได้เลยเอ้า!”


“ใครหน้าบึ้งกัน..”


นิชคุณบ่นอุบอิบ


ไม่ได้..หน้าบึ้งซักหน่อยนี่นา แทคบ้า








.














วันรุ่งขึ้นตอนเช้าแทคยอนไปเอาดอกไม้มาจากที่ไหนไม่รู้ ดอกไม้กลีบเรียวเล็กสีแดงสดใส แถมยังมีดอกสีเหลืองเล็กๆแถมมาอีกต่างหาก


“เห็นเค้าฮิตกัน เลยเอามาให้คุณมั่ง”


“เห..สวย”


“ชอบจริงๆด้วย”


แทคยอนยิ้มชอบใจที่เห็นนิชคุณตื่นเต้นกับดอกไม้พวกนั้นที่อุตส่าห์ไปเก็บกับเพื่อนก่อนมาโรงเรียน นิชคุณเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะยิ้มน่ารัก เห็นแค่นั้นแทคยอนก็ชื่นใจ


“สวยใช่มั้ยล่ะ?”


“อื้อ ขอบคุณนะ”


“เรื่องจิ๊บจ๊อย  คุณจะเอาอีกร้อยดอกก็ไปเก็บมาให้ได้” พูดซะเว่อร์เกินจริงพร้อมกับยิ้มแฉ่ง


“แหม แต่เช้าเลยนะไอ้แทค”


เสียงของเพื่อนตะโกนแซวมาจากอีกฝั่ง นิชคุณหันไปมองเพื่อนงงๆ ก่อนจะรู้สึกว่าแก้มร้อนๆตอนที่เห็นสายตาเพื่อนที่มองมาทางตัวเองกับแทคยอนอย่างล้อเลียน


“หุบปากไปเลยมึง!”

“อย่าไปสนไอ้พวกนั้นเลยนะ”


แทคยอนโยกหัวเล็กๆไปมาเมื่อเห็นนิชคุณทำท่าคิดมากหลังจากได้ยินประโยคแซวจากกลุ่มเพื่อน นิชคุณก้มหน้าต่ำ หันไปมองก็พบกับรอยยิ้มใจดีของแทคยอน











เพื่อนที่ชื่อแทคยอนคนนี้.. ทั้งใจดีแล้วก็โยนกับนิชคุณเป็นที่สุด



จนบางที.. หัวใจก็เริ่มสั่นไหว ห้ามไม่ได้..








.











ผมมองคนที่นิ่งเงียบไปตั้งแต่โดนพวกเพื่อนปากหมาของผมแซวเอาอย่างค่อนข้างกังวลใจ นิชคุณเงียบไปจนผมเริ่มรู้สึกไม่ดี เขาเอาแต่ก้มหน้าจนผมเห็นแต่ผิวแก้มขาวจัดกับเส้นผมสีดำสนิทที่ทิ้งตัวลงมาของเขา


นิชคุณ ถึงจะเงียบๆแต่ก็ไหว

นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมเป็นห่วงเขาอยู่เสมอ


กลัวว่าจะถูกใครมาแกล้งเอา

ผมเป็นพวกเด็กหลังห้องที่มักถูกมองว่าเป็นตัวก่อเรื่อง แต่ตั้งแต่รู้จักกับนิชคุณผมก็พยายามอยู่กับเขาให้มาก

คำหยาบก็พูดน้อยลง มาโรงเรียนเช้ากว่าเดิมและไม่ไปเถลไถลที่ไหนๆจนดึกดื่นเหมือนเคย

แค่ผมได้ดูแลและอยู่ข้างๆนิชคุณ ผมก็สุขใจแล้ว


ผมไม่รู้ว่านิชคุณคิดยังไงกับผมกันแน่ เขาอาจจะมองว่าผมเป็นแค่เพื่อนคนหนึ่ง

ทุกครั้งที่ผมคุยกับเด็กผู้หญิงคนอื่น นิชคุณจะจับมือผมแน่น แค่ผมหัวเราะให้เด็กผู้หญิงคนนั้น เขาก็จะนิ่งไปทั้งวัน


มันอดที่จะทำให้ผมคิดไม่ได้ แค่คิดว่าคุณอาจจะมีความรู้สึกแบบนั้นให้ผม แค่นั้นหัวใจก็พองโตจนแทบจะล้นออกมานอกอก


แต่ก็นั่นแล่ะ เขาอาจจะแค่หวงผมก็ได้





ผมอาจจะคิดเข้าข้างตัวเองมากไป


ผมอาจจะเป็นเพียงแค่เพื่อนธรรมดาๆที่ชื่อแทคยอน

แต่ถึงอย่างนั้น.. ผมก็จะคอยอยู่ข้างๆเขา




ไม่ว่าเขาจะมองผมเป็นแค่เพื่อนหรืออะไรก็ตาม


ผมมองเดินตามนิชคุณที่เดินเข้าบ้านไปเงียบๆอย่างเป็นกังวล




เขา..จะเป็นอะไรรึเปล่านะ?





.











หลังจากกลับบ้านมานี้นิชคุณไม่มีสมาธิเอาเสียเลย ร่างบางหยิบเอาตุ๊กตาหน้าตาประหลาดๆที่ตั้งอยู่ข้างๆตัวขึ้นมาดู

ตุ๊กตาตัวนี้แทคยอนซื้อให้วันเกิดปีที่แล้ว

ตัวนี้แทคยอนบอกว่าเสกมนตร์เข้าไปแล้ว เป็นตุ๊กตาแห่งความมีสุขภาพดี นิชคุณจะได้ร่างกายแข็งแรงแล้วก็ไม่ป่วยง่าย




เพื่อน..





นับวันชีวิตของนิชคุณก็รังแต่จะมีแต่อกแทคยอนมากขึ้นทุกที

พอนิชคุณป่วย ก็แทคยอนนั่นล่ะที่แอบโดดโรงเรียนตอนกลางวันมาหา

พอนิชคุณโดนคนอื่นว่า ก็แทคยอนนั่นล่ะที่เข้ามาช่วยปกป้องตลอด

วันเกิดนิชคุณ แทคยอนก็เป็นคนแรกที่ส่งข้อความมาแฮปปี้เบิร์ธเดย์



อกแทคยอน อกแทคยอน อกแทคยอน ..





ใครๆก็บอกว่าเราสองคนเป็นเพื่อนกัน..



แต่เพื่อนที่ชื่ออกแทคยอนคนนี้


นิชคุณไม่เคยอยากปล่อยมือไปเลยสักนิด






เรา.. เป็นเพื่อนกัน..






.













หน้าหนาวแต่ฝนกลับเทกระหน่ำ แทคยอนถูกแม่ที่ออกไปทำธุระข้างนอกโทรเข้ามาไล่ให้ไปเก็บผ้าแล้วก็ปิดหน้าต่างกันฝนสาด


แทคยอนรีบเก็บผ้าที่ตากอยู่ข้างนอกหน้าต่างเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพยายามยืดตัวออกไปเก็บผ้าที่แขวนอยู่ห่างออกไปทางขวามือ


ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อรักษาความปลอดภัยของผ้าเอาไว้ได้ แม่กลับมาจะได้ไม่ต้องโดนเทศน์ไปอีกสองชั่วโมง






.









นิชคุณไม่รู้ว่าตัวเองเกิดเป็นบ้าอะไรขึ้นมา พ่อยังไม่กลับส่วนแม่ทำกับข้าวอยู่ในครัวหลังบ้าน นิชคุณพาตัวเองออกจากห้องนอน ลงบันไดตึงตังก่อนจะวิ่งออกไปหน้าบ้านในขณะที่ฝนตกกระหน่ำ


ฝนตกไหลเข้าตาแต่นิชคุณไม่มีเวลามาสนใจ ขาเรียววิ่งสุดกำลัง






.









ตากผ้าแต่ลืมปิดหน้าต่าง!

ให้ตายเถอะ ป่านนี้ไม่รู้ว่าน้ำฝนกระเด็นเข้าบ้านไปกี่ล้านหยดแล้ว แทคยอนตบหัวตัวเองแรงๆก่อนจะวิ่งไปที่หน้าต่างบานเดิมที่เปิดอ้าเอาไว้


น้ำเปียกไปทั่วพื้นที่ตรงนั้น จนต้องนึกด่าตัวเองในใจ มือกว้างเอื้อมไปจะปิดบานหน้าต่างในขณะที่บ่นพึมพำ แต่คนที่วิ่งฝ่าสายฝนมานั่นมันช่างคุ้นตาจนแทคยอนต้องชะงักมือเอาไว้แล้วเพ่งมอง



.












“คุณ!”


แทคยอนถือร่มออกมาจากบ้านหน้าตาตื่นก่อนจะรีบกางร่มลวกๆแล้ววิ่งออกมานอกรั้วเพื่อนเอาร่มไปบังฝนให้กับคนที่ยืนหอบอยู่ตรงหน้าบ้าน


“แทค..ยอน..”


นิชคุณหอบจนตัวโยนแต่ก็ยังคงพูด ผิวขาวนั้นซีดจนตัดกับเส้นผมสีดำสนิท หยดน้ำเกาะพราวอยู่บนใบหน้าหวาน แทคยอนมองคนที่พยายามจะพูดทั้งๆที่หายใจไม่ทันอย่างตกใจ


“มะ..มีอะไรคุณ..”


“มี..มีเรื่องจะถาม”


นิชคุณเอามือข้างหนึ่งเท้าเข่าอีกข้างหนึ่งยื่นมาจับชายเสื้อแทคยอนช้อนตาขึ้นมามองหน้าจนสบตากัน เสียงหวานหอบจนคำพูดขาดเป็นห้วง


“...............................”


ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของแทคยอนประสานกับดวงตาสีดำสนิทของนิชคุณ เสียงฝนยังคงดังอยู่ล้อมรอบตัว แต่ถึงกระนั้นภายใต้ร่มคันเล็กๆทั้งสองคนกลับได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันชัดเจน



“เรา.. เป็นเพื่อนกัน”



“รึเปล่า?”






นิชคุณหายใจขาดห้วง ใช้มือเท้าเข่าเอาไว้ข้างหนึ่ง ยังจับชายเสื้อแทคยอน และยังคงรอฟังคำตอบที่ถามออกไปอย่างไม่ละสายตา


แทคยอนไม่เคยเห็นนิชคุณเป็นแบบนี้มาก่อน นิชคุณที่ดึงดันและเรียกร้องจะเอาคำตอบ


“เป็นสิ..”


มือข้างที่เหลือที่แทคยอนไม่ได้ใช้จับร่มเอื้อมไปปาดหยดน้ำตรงข้ามแก้มที่ขาวจัดจนซีดของนิชคุณเบาๆ


“แต่ฉันไม่อยากเป็นเพื่อนกับแทคยอน”


บทจะเอาแต่ใจก็เอาเรื่องใช่เล่น มือเล็กกำชายเสื้อสีขาวเอาไว้แน่น ดวงตาใสๆนั่นจ้องเขม็งจนแทคยอนต้องหัวเราะออกมาอย่างนึกเอ็นดู


“ถ้างั้น.. อยากเป็นอะไรกับแทคยอนล่ะครับ คุณนิชคุณ?”




“อยากให้แทคยอนเป็นแค่ผู้ชายคนนึง”


“ได้มั้ย?”



ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว พื้นรอบข้างเปียกแฉะไปหมด แทคยอนลดร่มในมือลงจนมองเห็นหน้าของนิชคุณได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องมีเงาร่มมาบดบัง แล้วเลิกคิ้วถาม



“แน่ใจนะ?”


“อือ”


นิชคุณพยักหน้ารับรอง


“อืม..”













“งั้นเปลี่ยนจากเพื่อนมาเป็นแฟนแล้วกันเนอะ”
















แทคยอนเนี่ย ขี้มั่วตลอด

แต่ถึงอย่างนั้น นิชคุณก็ไม่อยากจะปล่อยมือไป












“นี่..”


นิชคุณที่กำลังยืนมองหยดน้ำที่ตกลงมาจากชายคาบ้านหันมาตามแรงแตะเบาๆที่ไหล่จากคนข้างๆอย่างสงสัย แต่ยังไม่ทันได้ตั้งคำถามแทคยอนก็โน้มหน้าลงมาเสียแล้ว


ใบหน้าขาวจัดที่ซีดจนไร้สีเลือดเพราะความหนาวเย็นจากหยาดฝนค่อยๆขึ้นสีระเรื่อน้อยๆตามลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดอยู่ข้างแก้ม ริมฝีปากของแทคยอนมันอุ่นเสียจนนิชคุณนึกว่ากำลังตกอยู่ในความฝัน นิชคุณค่อยๆหลับตาลงช้าๆเพื่อรับสัมผัสโยนนุ่มละมุนนั้นให้ได้มากขึ้นสมกับที่อีกคนตั้งใจมอบให้


หลังของนิชคุณแนบกับกำแพงเมื่อแทคยอนเป็นฝ่ายโน้มตัวมา เส้นผมของแทคยอนสัมผัสอยู่บนใบหน้าของนิชคุณและเส้นผมของนิชคุณก็แตะอยู่บนใบหน้าของแทคยอน


ความหนาวเย็นจากฝนไม่เป็นอุปสรรคต่อการจูบครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย


















ต่อจากนี้ ถ้าใครๆถาม

ผมก็จะจับมือของเขาแน่นๆแล้วพูดออกไปด้วยรอยยิ้ม





‘ว่าเราไม่ใช่เพื่อนกัน’

 

 

 

 

IT'S JUST BEGINNING OF LOVE. 

 

 

 

 

Talk :

แปลงยากมาก T^T อาจจะมีไม่เข้ากับคาแรกเตอร์ตัวจริงบ้างนะคะ เพราะคู่เดิมเขาบอบบางกันมาก 55555+
ส่วนเรื่องใหม่แบบไม่แปลง รอเร็วๆนะคะ ^____^ ขอบคุณมากค่า ~
 

วงแหวนนางฟ้า ♥ View my profile